สมาคมนักระบาดวิทยาภาคสนาม (FEAT)
  • Home
  • Hall of Fame
    • อ.สุชาติ เจตนเสน >
      • Transcript วิดีโอ อ.สุชาติ
    • อ.ประยูร กุนาศล
    • อ.ธวัช จายนียโยธิน
    • Honorary Awards
    • FETP in Media
    • Alumni's Hall Of Fame
  • กิจกรรมและปฏิทิน
    • Photo gallery
  • About FEAT
    • คณะกรรมการสมาคม
    • Who We Are
    • Association Rules
    • Members
  • Member Application
  • Academic
    • E-book
    • PH Guideline
  • Web link
  • Contact Us
  • Blog

FEAT Blog

จากเรื่องราวของ Transgender Teen คนหนึ่ง สู่การเติมความรู้ระบาดวิทยาใน Pride Month

17/6/2023

0 Comments

 
Picture
        ​ผมไปเจอคลิปของวัยรุ่นที่ผ่านความเจ็บปวดของการถูกบุลลี่เพราะเพศสภาวะไม่ตรงกับเพศแต่กำเนิด และมีบทความน่าสนใจที่ศึกษาการยอมรับเพศทางเลือก ขอนำมาแบ่งปันเรียกน้ำย่อยให้นักระบาดวิทยาที่สนใจไปศึกษาเพิ่มเติมกันได้
        ก่อนเข้าเรื่อง ขอเล่าถึงคำถามในเว็บไซต์ที่น่าสนใจ มีคำถามว่า คือ การเฉลิมฉลอง LGBTQ+ Pride Month เป็นความภาคภูมิใจของเพศทางเลือกเท่านั้นหรือ คนที่เพศสภาวะตรงกับเพศทางสรีรวิทยาแต่กำเนิด หมายถึง ชาย หญิง ทั่ว ๆ ไป ไม่ฉลองความภาคภูมิใจด้วยหรือ
        ซึ่งมีคำตอบที่ดีอธิบายไว้ว่า สำหรับคนเป็น Straight Men and Straight Women นั้น มีความยอมรับจากสังคมควรภาคภูมิใจอยู่ในทุก ๆ วันแล้ว และสามารถร่วมยินดี ร่วมฉลองกับเพศทางเลือกใน Pride Month ได้ด้วย
        การติดธงสีรุ้งในหน่วยงาน การแสดงสัญลักษณ์ใน Social Media ยอมรับตัวตนของเพศทางเลือก ช่วยลดการแบ่งแยก ลดการตีตรา ช่วยให้คนทุกคนไม่ว่าเพศสภาวะแบบใดพัฒนาความสามารถของตนได้เต็มตามศักยภาพ ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

การเฉลิมฉลอง LGBTQ+ Pride Month เป็นความภาคภูมิใจของเพศทางเลือกเท่านั้นหรือ  ชาย หญิง ทั่ว ๆ ไป ไม่ฉลองความภาคภูมิใจด้วยหรือ "
        ในบางสังคม บางชุมชน เพศสภาวะที่เป็นเพศทางเลือกอาจไม่เป็นที่ยอมรับสูงมาก เช่น ครอบครัวไล่ออกจากบ้าน กฎหมายถือว่าเป็นความผิด เป็นต้น หรือมีความปิดกั้นทำให้เก็บกด ไม่กล้าแสดงออกเพราะไม่ตรงกับความคาดหวังของครอบครัว ของสังคม เป็นที่มาของปัญหาสุขภาพจิต และความเสี่ยงต่อโรคภัยบางอย่างมากขึ้น
         คลิปที่ผมจับภาพมาเล่าเป็นคลิปที่สำนักข่าว abc news เผยแพร่ไว้ตั้งแต่ปี 2016 แล้ว เด็กคนนี้ชูป้ายกระดาษเขียนข้อความ โดยไม่เอ่ยปากพูดแม้แต่คำเดียว แต่หัวข้อคลิปของเธอก็บอกให้เรารู้เลา ๆ ตั้งแต่ก่อนเริ่มดู Transgender Teen Shares Powerful Message
        ความที่เกิดมาในสรีระเพศชาย แต่ความชื่นชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่เหมือนเด็กชาย ชอบแต่งตัวเป็นเด็กหญิง ชอบสวมรองเท้าส้นสูงของแม่แล้วเดินไปมาในบ้าน เด็กคนนี้เมื่อเข้าโรงเรียนก็เข้ากลุ่มเพื่อนผู้หญิงไม่ได้ ส่วนกลุ่มเพื่อนผู้ชายก็กลั่นแกล้งเธอ บุลลี่เธอ จนกลับถึงบ้านต้องร้องไห้แทบทุกวัน ในที่สุดพ่อและแม่ก็ให้ออกจากโรงเรียน และสอนเองที่บ้านแบบ Home School
        จนกระทั่งเจอเรื่องราวทางออนไลน์ ที่ทำให้เธอเห็นตัวอย่างคนที่เป็นแบบเดียวกัน และมั่นใจว่า ที่เธอเป็นแบบนี้ไม่ใช่ความผิดอะไร และแม่พาเธอไปพบนักบำบัด จนนำไปสู่การให้ฮอร์โมนเพศหญิงเมื่ออายุเข้าวัยรุ่น เธอไปโรงเรียนอีกครั้ง ในโรงเรียนที่ครูและนักเรียนยอมรับตัวตนของเธอ ครูใหญ่ให้เธอใช้ห้องน้ำและห้องล็อกเกอร์ของเพศหญิง (ที่เธอถ่ายคลิปนี้) เธอได้เล่นฟุตบอลหญิงด้วย 
       ผมได้อ่านข่าวที่เธอให้ข้อมูลแก่ abc news แล้วรู้สึกว่าคำพูดมีพลังมาก ที่บอกว่า "We're not a threat. We are just like any other kids. We only want people to accept and love us for who we are." (คลิกอ่านในเอกสารเพิ่มเติม)
        ท่านที่สนใจ สามารถดูคลิปโดยละเอียดความยาวประมาณ 5 นาทีนี้ได้ ประทับใจประโยคไหนคอมเมนต์กันมาได้ครับ
        ขอนำตัวอย่างผลสำรวจความยอมรับเพศทางเลือกในสหรัฐฯ มาให้ดูท้ายข้อเขียน เรื่องนี้น่าสนใจความเป็น Social Epidemiology การตั้งคำถามในแบบสำรวจจะถามอย่างไรไห้ทราบผลสำรวจแบบนี้ เนื้อหาเพิ่มเติมไว้มาติดตามต่อตอนที่ 2 อีกทีนะครับ
 
คลิกเอกสารที่น่าสนใจเพิ่มเติม
1. เพศภาวะ ความหลากหลายทางเพศ การทับซ้อน ของอัตลักษณ์ และ การท างานของ UNDP เพื่อ ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (UNDP)
2. เมื่อนิยามยุคใหม่ไปไกลกว่าแค่ชายกับหญิง (Thai PBS)
3. LGBTQ แตกต่างไม่ใช่ผิดปกติ (รพ.เพชรเวช)
4. We're Not a Threat: Transgender Teen Shares Powerful Message on Bullying (คลิก)

คลิกรูปเพื่อไปที่เว็บบทความนี้

Author

นพ.เฉวตสรร  นามวาท
FETP รุ่น 20
เลขานุการสมาคมนักระบาดวิทยาภาคสนาม (FEAT)
ผู้อำนวยการฝ่ายไทย ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข

0 Comments

3 คำถามกับนายก: Pride Month กับนักระบาดวิทยา เกี่ยวข้องกันอย่างไร

9/6/2023

0 Comments

 
Picture
 Q: ที่เรียกว่า Pride Month มีความหมายว่าอย่างไร และเกี่ยวข้องกับงานระบาดวิทยาอย่างไร
A: Pride month หรือ เดือนแห่งความภาคภูมิใจ เป็นช่วงเวลาที่บุคคลหลากหลายทางเพศ LGBTQ+ (Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender, Queer, อื่นๆ) เฉลิมฉลอง สร้างความภูมิใจ เกี่ยวกับมิติและความหลากหลายของเพศ งานระบาดวิทยาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง แต่สามารถมีบทบาทในการเข้าใจมิติความหลากหลายทางเพศและความต่างของสภาวะสุขภาพที่กลุ่มสมาชิกของ LGBTQ+ เผชิญอยู่ได้
Q: มีหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของกลุ่ม LGBTQ+ หรือไม่
A: การวิจัยทางระบาดวิทยา ได้แสดงให้เห็นว่าประชากร LGBTQ+ อาจมีวิถีความเสี่ยงและมีปัญหาสุขภาพบางอย่างสูงขึ้น เช่น สุขภาพจิต เอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การใช้สารเสพติด และมะเร็งบางชนิด ปัญหาเหล่านี้มีส่วนที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ รวมถึง การรังเกียจกีดกัน การแบ่งแยก และปัจจัยทางสังคมที่อื่น ๆ ซึ่งจำกัดการเข้าถึงบริการสุขภาพ 
Picture
​Q: ในมุมมองของนายกสมาคมนักระบาดวิทยาภาคสนาม บุคลากรทางระบาดวิทยาควรจะมีบทบาทอย่างไรในเรื่องสุขภาพของ LGBTQ+
A: นักระบาดวิทยาสามารถทำงานเพื่อรู้ปัญหา หาสาเหตุ และพัฒนากลยุทธ์เพื่อจัดทำมาตรการ โดยร่วมมือกับบุคคลที่มีหลากหลายทางเพศ องค์กรสุขภาพ ผู้กำหนดนโยบาย เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น และประชาชนในชุมชน เพื่อลดความเสี่ยงและขจัดความไม่เท่าเทียมทางสุขภาพได้
      ในบริบทของเดือนไพรด์ นักระบาดวิทยาสามารถสื่อสาร และนำผลการศึกษาวิจัยและควบคุมโรคที่เน้นความต้องการด้านสุขภาพของชุมชน LGBTQ+ มาให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชากรเป้าหมาย หรือจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์อย่างเสมอภาคสำหรับทุกบุคคล ทุกเพศภาวะได้ 
Picture
=================

Picture

แขกผู้ให้สัมภาษณ์

นพ.ทวีทรัพย์  ศิรประภาศิริ
FETP รุ่น 10
นายกสมาคมนักระบาดวิทยาภาคสนาม
อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค

0 Comments

มานุษยวิทยากับการเกิดโรคระบาด

3/6/2023

1 Comment

 
Picture
          ​ผมมีความสนใจในประเด็นด้านสังคมวิทยา มานุษยวิทยา วัฒนธรรม และพฤติกรรของมนุษย์กับการเกิดโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ ตลอดจนการเกิดโรคระบาดในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าเวลาพูดถึงประเด็นด้านมานุษยวิทยาที่มีความสัมพันธ์กับการแพทย์และสุขภาพ พวกเราจะนึกถึงท่านนายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาทางการแพทย์ ซึ่งท่านได้เขียนบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ มานุษยวิทยากับการเกิดโรคระบาด ซึ่งผมขอสรุปสั้นๆดังต่อไปนี้
Picture
ผู้ป่วยโรค Kuru ตัวสั่น กระตุก ไม่มีแรงยืนหรือแม้แต่นั่งตัวตรงด้วยตนเอง (credit ภาพ - wikipedia)
          ​เมื่อพูดถึงคำอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างมานุษยวิทยา เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมกับการเกิดโรค จะมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต ได้แก่ การเกิดโรค Kuru ในผู้หญิงที่อาศัยในชุมชนชาวฟอร์ ที่ปาปัว นิวกินี โดยพบว่าผู้หญิงในชุมชนจะมีความผิดปกติในการเคลื่อนไหว สั่น และชักกระตุก และเสียชีวิตในที่สุด ในตอนแรกนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรม แต่เมื่อนักมานุษยวิทยาได้เขียนผังเครือญาติของทุกครอบครัวในชุมชน พบว่าแท้จริงแล้วโรคนี้ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม แต่เกิดจากการที่ชุมชนนี้มีวัฒนธรรมการจัดการศพผู้ป่วยที่เป็นโรคโดยวิธีที่ไม่เหมาะสม อันส่งผลทำให้เกิดการรับเชื้อโรคจากผู้เสียชีวิตแล้วเกิดโรคตามมา [1,2] การค้นพบว่าพิธีกรรมการทำศพเป็นสาเหตุของการติดเชื้อทำให้เกิดมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา ซึ่งทำให้ในที่สุดโรคดังกล่าวที่ชาวฟอร์เรียกว่า “Kuru” ก็ได้ถูกกำจัดไปจากชุมชนชาวฟอร์จนหมดสิ้น
          ​ความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม วิถีชีวิต ทำให้เข้าใจการเกิดโรคได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น คนพื้นเมืองในประเทศตุรกีและจีนที่จะห่อตัวเด็กทารกแน่น ๆ เนื่องจากอากาศหนาว ทำให้ปอดขยายตัวไม่เต็มที่ ทำให้เด็กมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ง่าย [3] หรือในประเทศจีนที่ชาวสวนมักจะใช้อุจจาระในการทำปุ๋ยสำหรับทำสวนผัก ทำให้ชาวสวนที่เดินเท้าเปล่าติดเชื้อพยาธิปากขอได้ง่าย และเพศหญิงมักเป็นผู้ทำงานในสวน จึงพบพยาธิปากขอมากกว่า [4]
Picture
Prof. Shirley Lendenbaum เป็นนักมานุษยวิทยาการแพทย์ที่ไปคลุกคลีกับชนพื้นเมืองชาว FORE ศึกษาทางมานุษยวิทยาจนสามารถหยุดการระบาดได้
          ​การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวิทยาและวัฒธรรม วิถีชีวิต มีผลต่อการเกิดโรคในแต่ละยุคสมัย ในตอนแรกที่ด้านสุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อมยังไม่ดีมากนัก ทำให้เกิดการระบาดของโรคอหิวตกโรคในชุมชน ต่อมาเมื่อมีความสมบูรณ์ทางอาหารและเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตมนุษย์ ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆมากขึ้น เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง เมื่อเข้าสู่ยุคปัจจุบันที่มนุษย์มีพฤติกรรมที่อยากค้นคว้า อยากรู้ อยากลอง ทำให้เกิดการค้นพบโรคติดต่ออุบัติใหม่ต่างๆ เช่น การติดเชื้อไวรัสอีโบลา การติดเชื้อไวรัสซาร์ ตลอดจนการติดเชื้อไวรัสโคนา 2019 ที่เกิดจากการรับประทานค้างคาวดิบ 
          ​จากบทความข้างต้น เห็นว่า ทฤษฎีด้านมานุษยวิทยา สังคม วัฒนธรรม มีอิทธิพลต่อการเกิดโรค และมีผลต่อการดูแลผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชน มานุษยวิทยา ทำให้การกำหนดมาตรการหรือโครงการในการควบคุมป้องกันโรค มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในชุมชนมากขึ้น ทำให้การดำเนินการมาตรการมีความสำเร็จได้สูงและมีความยั่งยืน
***​สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://db.sac.or.th/covid-19/th/article-details.php?atc_id=1
Picture
อ้างอิง
        1. Kuru (disease) available at https://en.wikipedia.org/wiki/Kuru_(disease)
        2.Liberski PP, Sikorska B, Lindenbaum S, Goldfarb LG, McLean C, Hainfellner JA, Brown P. Kuru: genes, cannibals and neuropathology. J Neuropathol Exp Neurol. 2012 Feb;71(2):92-103. doi: 10.1097/NEN.0b013e3182444efd. PMID: 22249461; PMCID: PMC5120877.
        3. Yurdakok K, Yavuz T, Taylor CE. Swaddling and acute respiratory infections. Am J Public Health. 1990 Jul;80(7):873-5. doi: 10.2105/ajph.80.7.873. PMID: 2356917; PMCID: PMC1404984.
        4. W. W. Cort, J. B. Grant, and N. R. Stoll, “General Summary of Results,” in W. W. Cort, J. B. Grant, and N. R. Stoll (eds.), Researches on Hookworm in China: Embodying the Results of the Work of the China Hookworm Commission, June, 1923 to November, 1924, Monographic Series no. 7 (Baltimore: The American Journal of Hygiene, 1926), 393–98. {อ้างใน  The Guts of the Matter A Global History of Human Waste and Infectious Intestinal Disease
 , pp. 103 - 123 DOI: https://doi.org/10.1017/9781108642323.007 และอ้างใน Human Ecology and Infectious Diseases available at https://www.ircwash.org/sites/default/files/245.12-83HU-8165.pdf
 page 192 }
Picture

Author

นพ.วรยศ ดาราสว่าง FETP รุ่น 37
กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลบุรีรัมย์

1 Comment

หมอจอห์น สโนว์ ผู้ใช้ระบาดวิทยาสอบสวนโรคภาคสนาม เพื่อไขความจริงโรคอหิวาต์ระบาดในลอนดอน

27/5/2023

0 Comments

 
          สวัสดีครับ มาพบกันอีกครั้งพร้อมกับเกร็ดความรู้ระบาดวิทยาที่ได้จากคลิปดี ๆ ในยูทู้บ ครับ ใครที่เรียนระบาดวิทยาคงจะรู้จัก นพ.จอห์น สโนว์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งระบาดวิทยาสมัยใหม่ (Father of Modern Epidemiology) [1], บิดาแห่งระบาดวิทยาภาคสนาม (Father of Field Epidemiology) [2] และผมก็ไปเจอคลิปอะนิเมชั่น ของ TED ED ที่ชอบมากคลิปนี้ ความยาวแค่ 4 นาที มาดูประเด็นในบล็อกนี้ แล้วค่อยไปดูคลิปต้นฉบับตอนท้ายเรื่องนะครับ
Picture
           เป็นเวลา 2-3 ศตวรรษ เมื่อครั้งการแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้า มีความเชื่อว่า การเจ็บป่วยทุกโรคเกิดจากอากาศมีพิษนำโรค หรืออากาศไม่ดีทำให้เจ็บป่วย 
          ไม่ว่าโรคนั้นจะเป็นปวดหัว ตัวร้อน ท้องเสีย ปวดร่างกาย ฯ ล้วนแต่เชื่อว่าเกิดจากอากาศไม่ดีเป็นสาเหตุทั้งสิ้น
          ความเชื่อเช่นนี้ เรียกว่า Miasma Theory (Miasma = กลิ่นร้าย ควันอันเต็มไปด้วยโรคร้าย)
Picture
          ในทศวรรษ 1840s เป็นช่วงเวลาที่เกิดโรคอหิวาต์ระบาดในกรุงลอนดอนครั้งใหญ่ มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า ความเชื่อดั้งเดิมนั้นจริงหรือ
Picture
          ในยุคนั้นเริ่มพัฒนากล้องจุลทรรศน์ที่ทำให้เห็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้เชื่อว่า จุลชีพเหล่านี้เป็นสาเหตุของโรคทั้งหลาย เรียกว่า Germ Theory (Germ = เชื้อโรค)
Picture
          หมอจอห์น สโนว์ เป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อใน Miasma theory ได้เก็บข้อมูลผู้ป่วยโรคอหิวาต์ พบว่ามีอาการถ่ายอุจจาระเหลวรุนแรง อาเจียน ซึ่งเป็นอาการทางเดินอาหาร ไม่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ น่าจะมีสาเหตุมาจากอาหารที่กินหรือน้ำที่ดื่ม
Picture
          ข่าวการระบาดในหนังสือพิมพ์รายงานว่า ผู้ป่วยจำนวนมากอยู่ในย่านโซโห (Soho) เขาไปขอข้อมูลจากงานทะเบียน เพื่อดูว่าผู้ป่วยอหิวาต์ที่เสียชีวิตอาศัยอยู่ที่ใด
          ดูมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นเลยครับ ในฐานะที่ได้เรียนเป็นแพทย์เฉพาะทางด้าน Field Epidemiology การออกไปถึงพื้นที่เกิดโรคเพื่อหาสาเหตุนี่แหละคือการทำงานระบาดวิทยาภาคสนามอย่างหนึ่ง ไม่ได้ตั้งรับ นั่งเก้าอี้ รออยู่แต่ในสำนักงาน ซึ่งมีคนพูดให้เห็นภาพครับว่า ถ้าทำเช่นนั้นก็เป็น armchair epidemiologist
Picture
          หมอสโนว์นำข้อมูลบ้านที่อยู่ของผู้เสียชีวิตจากอหิวาต์ไปวาดลงในแผนที่ ซึ่งต่อมากลายเป็นแผนที่ชิ้นประวัติศาสตร์เลยเชียวนะ
          รูปในแผนที่ขีดสีแดงหนึ่งขีดคือผู้เสียชีวิตหนึ่งคน เขาพบว่า คนเสียชีวิตเกาะกลุ่มอยู่ใกล้ปั้มน้ำบาดาลถนนบรอด (Broad Street) เขาไปเสนอต่อเจ้าหน้าที่ราชการเมืองลอนดอน เสนอให้ปิดปั๊มน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้เห็นด้วยเลยว่า สาเหตการป่วยนั้นเกิดจากน้ำ แต่ก็ยอมทำตามเป็นมาตรการเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง
Picture
          เมื่อถอดคันโยกปั๊มน้ำถนนบรอด การระบาดก็หยุดลงอย่างรวดเร็ว หมอจอห์น สโนว์ ยังไม่หยุดเท่านั้น พยายามจะหาความเชื่อมโยงการเสียชีวิตกับปั๊มน้ำนี้ให้ชัดเจนขึ้นไปอีก
          เขาพบว่า มีหญิงหม้ายคนหนึ่งเสียชีวิตทั้งที่อยู่ไกลจากปั๊มน้ำแห่งนี้ แต่เป็นเพราะเธอติดใจรสชาติของน้ำบาดาลปั๊มนี้ จึงให้คนรับใช้มาขนน้ำไปดื่มเป็นประจำ (อย่างนี้เขาเรียกว่า การมองหา outlier หรือ กรณีที่แปลกแยกไปจากคนส่วนใหญ่ แล้วดูรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร)
Picture
          ยังมีอีกกรณีหนึ่ง มีโรงงานในบล็อกถนนใกล้ปั๊มน้ำ (บางตำราก็บอกว่าเป็นโรงผลิตไวน์ และสุรา) มีคนอยู่หลายร้อย แต่ป่วยไม่กี่คน สอบถามดูก็รู้ว่า เขามีบ่อน้ำของเขาเอง (เหมือนโรงงานเบียร์บ้านเรา ได้แหล่งน้ำใต้ดินคุณภาพดี รสดี ก็ผลิดเบียร์ออกมาถูกปาก) 
          นี่ก็เรียกเป็น outlier อีกเช่นกัน ย้อนไปรวมกับกรณีหญิงหม้าย กรณีหนึ่ง อยู่ตั้งไกล แต่ป่วย  ส่วนอีกกรณี อยู่ใกล้ ๆ ทำไมไม่ค่อยป่วย
Picture
          ยังไม่จบแค่นั้น หมอสโนว์ยังสอบสวนการระบาดไปจนทราบว่า มีเด็กทารกที่ป่วยและเสียชีวิตตั้งแต่แรกเริ่มจะเกิดการระบาด ผ้าอ้อมเด็กคนดังกล่าว ถูกนำไปทิ้งบ่อน้ำใกล้ปั๊มน้ำบาดาลถนนบรอด ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของการปนเปื้อนและเกิดการระบาดนั่นเอง
          เจ้าหน้าที่เมืองลอนดอนฟังการนำเสนอจากหมอสโนว์  ก็ไม่เห็นด้วย ไม่แน่ว่าอาจรู้สึกเสียหน้า รับไม่ได้ที่น้ำบาดาลของเมืองมีสิ่งสกปรก
Picture
          จนกระทั่งปี ค.ศ. 1884 โรเบิร์ต ค็อค สามารถแยกเชื้อ เพาะเลี้ยงเชื้อ Cholera สาเหตุของอหิวาตกโรคได้สำเร็จ ความเชื่อเรื่อง Germ Theory จึงมีสูงขึ้นอย่างกว้างขวาง รวมถึงการศึกษาของหลุยส์ ปาสเตอร์ ที่ทำให้โลกเรามีความรู้เรื่องเชื้อโรค การทำให้ปราศจากเชื้อ และการพัฒนาวัคซีน

เราได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้

  1. นพ.จอห์น สโนว์ คือผู้มาก่อนกาล อธิบายสาเหตุการเกิดโรคด้วย Observational study ด้วยการสอบสวนโรค นานหลายสิบปีจึงมีการแยกเชื้อ cholera เพาะเลี้ยงเชื้อได้สำเร็จ (ถ้าศึกษาเพิ่มเติม หมอสโนว์ คิดค้นเรื่องการดมยาสลบด้วยนะครับ คนอะไรเก่งอย่างนี้)
  2. Miasma theory และ Germ theory คืออะไร อธิบายสั้น ๆ ได้ใช่ไหมครับ
  3. Outlier แปลว่า ผู้แปลกแยกจากคนอื่น กรณีที่แตกต่างจากพวก กรณีตกขอบ เป็นกุญแจไขปริศนาการสอบสวนโรคหลาย ๆ ครั้งได้
  4. Map ที่เราพล็อตให้เห็นว่า ป่วยมากที่พื้นที่ใด การกระจุกตัว กระจายตัวในแผนที่เป็นอย่างไร เป็นเครื่องมือสำคัญของหมอระบาด นักระบาด ถ้าจะศึกษาเพิ่มเติมต่อยอด ปัจจุบัน advance ไปมาก ทำแผนที่อะนิเมชั่นตามช่วงเวลาได้อีก
  5. ถ้าดูคลิปถึงตอนจบ คนเขียนบทเรื่องนี้เป็นชาวเวียดนามครับ เวียดนามมีพัฒนาการที่น่าสนใจนะครับ มีคนเก่ง ๆ ในวงการต่าง ๆ ไม่น้อยเลย
          ส่งท้าย ใครอยากดูคลิปต้นฉบับ ความยาว 4 นาทีกว่า คลิกดูข้างล่างนี้ครับ ที่ผมเขียนมามีประเด็มเสริมเข้าไปก็หลายส่วน เพื่อให้ได้มุมมองเพิ่มเติมนะครับ ขอบคุณที่อ่านมาจนจบ ไว้พบกันใหม่ สวัสดีครับ
 
ขอขอบคุณ คลิปความรู้ TED Ed เรื่อง How a few scientists transformed the way we think about disease
อ้างอิง
1. "Doctor John Snow Blames Water Pollution for Cholera Epidemic" Department of Epidemiology, UCLA, available at:
   https://www.ph.ucla.edu/epi/snow/fatherofepidemiology.html accessed date: May 27, 2023
2. "Principles of Epidemiology | Lesson 1 - Section 2" US CDC.
   available at: ​https://www.cdc.gov/csels/dsepd/ss1978/lesson1/section2.html accessed date: May 27, 2023
Picture

Author

เขียนโดย
นพ.เฉวตสรร  นามวาท
FETP รุ่นที่ 20
เลขานุการสมาคมนักระบาดวิทยาภาคสนาม (FEAT)
ผู้อำนวยการฝ่ายไทย ศูนย์ความร่วมมือไทย - สหรัฐ (TUC)

0 Comments

    Archives

    October 2023
    September 2023
    August 2023
    June 2023
    May 2023
    April 2023
    February 2022

    Categories

    All
    ความรู้ระบาดวิทยา
    แวดวงพี่น้อง FETP
    สาระน่ารู้

    RSS Feed

    บล็อกล่าสุด
    • ประสบการณ์ใน world-class program CDC Public Health Emergency Management Fellowship Training Program, Cohort 16
    • หมอนักสืบ ออกทะเล ตอน ภัยเงียบ…กระแสน้ำไหลย้อนกลับ
    • จากเรื่องราวของ Transgender Teen คนหนึ่ง สู่การเติมความรู้ระบาดวิทยาใน Pride Month
    • 3 คำถามกับนายก: Pride Month กับนักระบาดวิทยา เกี่ยวข้องกันอย่างไร
    • น้อง FETP ปี 2566  “ไม่ต้องตกใจ”
    • มานุษยวิทยากับการเกิดโรคระบาด
    • พี่ครรชิต ลิมปกาญจนารัตน์ FETP คนไทยหนึ่งเเดียวที่ได้เรียน EIS
    • หมอจอห์น สโนว์ ผู้ใช้ระบาดวิทยาสอบสวนโรคภาคสนาม เพื่อไขความจริงโรคอหิวาต์ระบาดในลอนดอน
    • รู้หรือไม่ คนไทยได้ทุนวิจัยจากจาก NIH สหรัฐอเมริกาเท่าไหร่
    • รูปเล่าเรื่อง - รมต. สธ. สหรัฐฯ และ ผอ. US CDC มอบใบประกาศนียบัตรแก่ อ.สุชาติ​
    • 7 วิธีโตอย่างมั่นคงในระบบราชการ
    • กว่าจะมาเป็นแพทย์ด้านระบาดวิทยา
Picture
นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ
​นายกสมาคม
Proudly powered by Weebly
  • Home
  • Hall of Fame
    • อ.สุชาติ เจตนเสน >
      • Transcript วิดีโอ อ.สุชาติ
    • อ.ประยูร กุนาศล
    • อ.ธวัช จายนียโยธิน
    • Honorary Awards
    • FETP in Media
    • Alumni's Hall Of Fame
  • กิจกรรมและปฏิทิน
    • Photo gallery
  • About FEAT
    • คณะกรรมการสมาคม
    • Who We Are
    • Association Rules
    • Members
  • Member Application
  • Academic
    • E-book
    • PH Guideline
  • Web link
  • Contact Us
  • Blog